中文 English {{ activeLangText || 'Languages' }} {{ item.text }}
“ลากกระเป๋าเดินทางเที่ยวตลาดสด” สิ่งมหัศจรรย์ลำดับที่ 19 ของยูนนาน?
ข่าวสาร > เนื้อหา

“ลากกระเป๋าเดินทางเที่ยวตลาดสด” สิ่งมหัศจรรย์ลำดับที่ 19 ของยูนนาน?

ยูนนานเน็ต|
分享到Facebook

ในนครคุนหมิง มณฑลยูนนาน “ตลาดเกษตรจ้วนซินต้ากวาน” กลายเป็นพิกัดยอดฮิตที่โด่งดังไปทั่วโลกโซเชียล ตลาดแห่งนี้ไม่มีฟิลเตอร์แบบเน็ตไอดอลปรุงแต่ง แต่กลับดึงดูดนักท่องเที่ยวนับล้านให้ยอมลากกระเป๋าเดินทางมุ่งหน้าเข้าสู่ใจกลางกลิ่นอายวิถีชีวิตดั้งเดิม เพียงเพื่อแลกกับการได้สัมผัสเห็ดป่าสักตะกร้า ขนมจีนสักชาม หรือน้ำจิ้มรสเด็ดสักช้อน สถานที่แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียง “โต๊ะอาหาร” ในชีวิตประจำวันของคนท้องถิ่นเท่านั้น แต่ยังเป็น “จุดหมายปลายทางในฝัน” ของเหล่านักเดินทาง เป็นพื้นที่สร้างสรรค์อันร้อนแรงของเหล่าผู้ประกอบการเกษตรรุ่นใหม่ และยังเป็น “ห้องเรียนภาคสนาม” ของอาจารย์และนักศึกษาอีกด้วย เมื่อตลาดสดกลายเป็น “ประตูบานแรก”  ที่ดึงดูดกระแสผู้คนให้หลั่งไหลเข้าสู่เมือง ปรากฏการณ์  “การท่องเที่ยวเชิงตลาดสด”  จึงเกิดขึ้นอย่างเงียบ ๆ นักท่องเที่ยวจำนวนมากปักหมุดให้ตลาดจ้วนซินเป็นสถานีแรกของการมายูนนาน จนเกิดภาพจำสุดขำขันที่เรียกกันว่าเป็น “สิ่งมหัศจรรย์อย่างที่ 19 ของยูนนาน”  นั่นคือพฤติกรรม  “ลากกระเป๋าเดินทางจ่ายตลาด” นั่นเอง

บทบรรยายแห่งยูนนาน ผ่านมื้ออาหารในสี่ฤดูกาล

เมื่อย่างกรายเข้าสู่ตลาดเกษตรจ้วนซินต้ากวาน ภาพที่ปรากฏแก่สายตาคือเหล่าผลไม้สดและผักป่านานาชนิดที่วางเรียงรายสูงเป็นพะเนิน กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องเทศจากพงไพร ทั้งมะแขว่น (มู่เจียงจื่อ) พริกคั่ว และตะไคร้ อบอวลไปทั่วบริเวณ เสียงต่อรองราคาดังสอดประสานไปกับเสียงร้องเร่ขายของพ่อค้าแม่ค้า ท่ามกลางภาพของขนมจีนร้อน ๆ ควันฉุยที่ส่งออกจากช่องหน้าต่างร้าน กลิ่นอายความพลุกพล่านของวิถีชีวิตผู้คน ณ ที่แห่งนี้ จึงเต็มไปด้วยสีสันและรสชาติที่เข้มข้นถึงใจอย่างแท้จริง

ณ ร้านจำหน่ายไก่ปรุงสำเร็จเจ้าดัง ไก่พันธุ์พื้นเมืองตัวเขื่องบนเขียงดูฉ่ำวาวไปด้วยน้ำสต๊อก ทันทีที่ปังตอเริ่มขยับสับลงไปอย่างคล่องแคล่ว ไก่ทั้งตัวก็ถูกหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ ภายใต้แสงไฟสีส้มละมุน เนื้อไก่แต่ละชิ้นทอประกายเหลืองทองดูน่ารับประทานยิ่งนัก “ไก่ร้านนี้เนื้อเนียนนุ่มชุ่มฉ่ำมาก แต่ที่เด็ดขาดที่สุดต้องยกให้น้ำจิ้มเลยค่ะ” หลี่เสี่ยวเสีย เล่าให้ฟัง เธอคือนักท่องเที่ยววัยเกษียณที่มักจะเดินทางมาพักผ่อนระยะยาวที่ยูนนานเป็นประจำทุกปี เธอกล่าวเสริมด้วยรอยยิ้มว่า “ฉันลืมรสชาติความสดอร่อยของร้านนี้ไม่ลงจริง ๆ”

ณ มุมหนึ่งของตลาด “สตูดิโอนักกิน : พบจ้วนซิน เข้าใจยูนนาน” ตั้งตระหง่านดึงดูดสายตาเป็นพิเศษ สิ่งที่ทำให้ร้านนี้ต่างจากร้านค้าอื่น ๆ คือภายในกลับไม่มีสินค้าวางขาย มีเพียงกระดานดำแผ่นเล็กที่เขียนข้อความไว้ว่า “3 ภารกิจหลักของสตูดิโอ : บริการผู้ค้า บริการชาวเมือง และบริการนักท่องเที่ยว” พร้อมด้วยหนังสือแนะนำศิลปวัฒนธรรมและธรรมชาติของยูนนานวางเรียงรายไว้คอยต้อนรับผู้มาเยือน

“สตูดิโอนักกิน” คือ สถานีบริการเพื่อการเรียนรู้ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างตลาดเกษตรจ้วนซินต้ากวานและ มหาวิทยาลัยเกษตรแห่งยูนนาน โดยมีหยาง ชุนเหอ ผู้ดูแลสตูดิโอ เป็นแกนนำในการจัดทีมนักศึกษามาช่วยฝึกอบรมเหล่าพ่อค้าแม่ค้า รวมถึงคอยให้บริการข้อมูลความรู้แก่ผู้มาเยือน “เมื่อก่อนพ่อค้าแม่ค้าทำธุรกิจกับคนในพื้นที่เป็นหลัก แต่ตอนนี้กลุ่มลูกค้าเปลี่ยนเป็นทั้งชาวเมืองและนักท่องเที่ยวควบคู่กันไป ดังนั้น หัวใจสำคัญของการฝึกอบรมจึงอยู่ที่การแนะนำเอกลักษณ์ของยูนนาน การเล่าเรื่องราวของยูนนานให้น่าสนใจ ไปจนถึงการทำอีคอมเมิร์ซและการไลฟ์สดขายสินค้า” หยาง ชุนเหอกล่าว

ปัจจุบัน นักท่องเที่ยวจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ได้พึงพอใจเพียงแค่การเดินทางไปเช็กอินแบบผิวเผินอีกต่อไป แต่ต้องการดื่มด่ำและหลอมรวมเข้ากับวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่นอย่างแท้จริง ซึ่งที่ตลาดเกษตรจ้วนซินต้ากวานแห่งนี้ วัฒนธรรมการกินตามฤดูกาลของชาวผืนป่ายูนนานที่ว่า “ฤดูใบไม้ผลิกินดอกไม้ ฤดูร้อนกินเห็ด ฤดูใบไม้ร่วงกินผลไม้ และฤดูหนาวกินพืชหัว” ได้ปรากฏให้เห็นเป็นภาพที่เด่นชัดและมีชีวิตชีวาอย่างที่สุด

บันทึกการสร้างตัวของเหล่า “ชาวยูนนานหน้าใหม่”

“ฉันพยายามอย่างสุดความสามารถ เพื่อเป็นความหวังของหมู่บ้าน” หวง เหวินลี่ หญิงสาวจากอำเภอลู่ฉวน ได้เช่าแผงค้าในตลาดแห่งนี้เพื่อจำหน่ายผลิตผลทางการเกษตรขึ้นชื่อของยูนนานโดยเฉพาะ ซึ่งสินค้าที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ “แฮมซาป้า” จากอำเภอลู่ฉวน เธอกล่าวด้วยความภูมิใจว่า “ฉันช่วยเกษตรกรในหมู่บ้านโปรโมตและหาช่องทางขายแฮม เพื่อให้สินค้าพื้นเมืองเหล่านี้ได้มีโอกาสเดินทางออกจากหุบเขาอันห่างไกลออกไปสู่โลกภายนอก”

หลิว ปั๋วเหวิน คนรุ่นใหม่ที่เกิดหลังปี 2000 จากอำเภอซุนเตียน นครคุนหมิง เธอเป็นเจ้าของร้านชาดอกไม้เล็ก ๆ แห่งหนึ่ง “ฉันจะปรับเปลี่ยนการจับคู่ดอกไม้ตามสีสันและรูปทรงค่ะ” หลิว ปั๋วเหวินบอกกับผู้สื่อข่าว การจัดวางและคำแนะนำประกอบของชาดอกไม้แต่ละขวดล้วนผ่านการออกแบบมาอย่างพิถีพิถันและเปี่ยมด้วยความคิดสร้างสรรค์ โดยมีวัตถุดิบหลักส่งตรงมาจากป่าลึกในบ้านเกิดของเธอนั่นเอง

ถัน เจิ้งเหวิน และ หวังผิง สองสามีภรรยา เป็นเจ้าของร้านจำหน่ายไก่ปรุงสำเร็จ “ลูกค้าหลายคนตั้งใจมาที่นี่เพราะน้ำจิ้มเลยค่ะ” หวังผิงกล่าวพร้อมรอยยิ้ม พวกเขาได้นำรสชาติเผ็ดชาแบบเสฉวน-ฉงชิ่ง มาผสมผสานและปรับปรุงเข้ากับรสชาติเผ็ดเปรี้ยวแบบยูนนาน-กุ้ยโจว จนสามารถคิดค้นน้ำจิ้มรสเด็ดยอดฮิตออกมาได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นรสเผ็ดชาจากพริกเสฉวน รสเผ็ดจัดจ้านจากพริกแห้ง และ รสเผ็ดเปรี้ยวจากมะนาวสด

ในตลาดเกษตรจ้วนซินต้ากวานยังมีร้านค้าขนาดเล็กแบบเดียวกับของถัน เจิ้งเหวินอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นคนฮกเกี้ยนที่ขายผักดอง คนซานซีขายแผ่นแป้งย่าง หรือคนกุ้ยหยางที่ขายหมูกรอบ ทางด้านหลิวเย่ ชายหนุ่มจากมณฑลซานตง ก็ได้มาเปิดร้านขายหมั่นโถวอยู่ที่นี่ “เมื่อ 20 กว่าปีก่อนตอนที่ผมเพิ่งมาถึงที่นี่ใหม่ ๆ ในกระเป๋าไม่มีเงินสักหยวนเดียวครับ แต่พอตลาดขยายตัวขึ้น ร้านหมั่นโถวของผมก็ค่อย ๆ เพิ่มจำนวนสาขามากขึ้นตามไปด้วย จนตอนนี้พี่สาวและน้องชายที่บ้านเกิดในซานตงก็พากันมาช่วยผมดูแลกิจการที่คุนหมิงกันหมดแล้ว”  หลิวเย่กล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอย่างมีความสุข

หวนคืนสู่รากเหง้า ในจิตวิญญาณที่ยังคง “เยาว์วัย”

ตลาดเกษตรจ้วนซินต้ากวาน ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกในปี 2540 และเริ่มมีการปรับปรุงพื้นที่ครั้งใหญ่แบบครอบคลุมมาตั้งแต่ปี 2561 “ทุกการเปลี่ยนแปลงไม่ใช่การทุบทำลายเพื่อเริ่มใหม่ แต่คือการ ‘ปักลวดลายลงบนผืนผ้า’ ท่ามกลางกลิ่นอายวิถีชีวิตดั้งเดิม” ลู่ กวางฝู ผู้รับผิดชอบด้านการบริหารแบรนด์ของตลาดกล่าว พร้อมเสริมว่า เขาปรารถนาจะให้ตลาดแห่งนี้ยังคงรักษาประเพณีดั้งเดิมและขุดค้นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ในยูนนานเอาไว้ ในขณะเดียวกันก็ต้องสามารถหลอมรวมองค์ประกอบที่ทันสมัยและมีความเป็นวัยรุ่นเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว

ตลาดเกษตรจ้วนซินต้ากวาน แม้จะมีอายุเข้าใกล้เลขสาม (30 ปี) เข้าไปทุกที แต่การกลับมาครั้งนี้ยังคงเปี่ยมไปด้วยพลังและจิตวิญญาณที่ “เยาว์วัย” การปรับปรุงตลาดแห่งนี้ไม่เคยหยุดนิ่งและมีความเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ ให้เห็นในทุกปี “ตลาดได้นำธุรกิจรูปแบบใหม่ ๆ เข้ามาเสริม ทั้งร้านกาแฟและสินค้าทางวัฒนธรรมและแนวสร้างสรรค์ที่เป็นเอกลักษณ์ของยูนนาน ทำให้ตอนนี้เราเห็นร้านกาแฟตั้งอยู่ติดกับแผงขายผักกาดขาวและหัวไชเท้า ตอนแรกเรากังวลมากว่าสไตล์มันจะขัดกันเอง แต่พอเวลาผ่านไป ผลพิสูจน์กลับกลายเป็นว่าทั้งสองสิ่งนี้สามารถส่งเสริมกันได้อย่างลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ” ลู่ กวางฝูกล่าว

ด้วยการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและการปรับปรุงบริการสาธารณะให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ตลาดเกษตรจ้วนซินต้ากวาน จึงไม่ได้เป็นเพียง “ตะกร้าจ่ายตลาด” ของชาวเมืองคุนหมิงอีกต่อไป แต่สายลมแห่งการท่องเที่ยวได้พัดหวนเข้ามาสู่ตลาดสดแห่งนี้อย่างเต็มตัว ข้อมูลระบุว่า ในปี 2568 ตลาดเกษตรจ้วนซินต้ากวานมียอดผู้มาเยือนตลอดทั้งปีสูงถึง 17 ล้านคน โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดเทศกาลตรุษจีนของปีนี้ มียอดผู้คนเฉลี่ยต่อวันประมาณ  80,000 คน และในช่วงพีคที่สุด 3 วันก่อนวันไหว้ (วันสิ้นปีตามปฏิทินจันทรคติ) ยอดผู้มาเยือนพุ่งทะลุ 100,000 คนต่อวันเลยทีเดียว

ช่าย เมิ่ง/แปล

จารุวรรณ อุดมทรัพย์/พิสูจน์อักษร