中文 English {{ activeLangText || 'Languages' }} {{ item.text }}
จีน-อาเซียน รั้งตำแหน่งคู่ค้ารายใหญ่อันดับหนึ่งของกันและกัน ผลแห่งความร่วมมือส่งต่อถึงประชาชนในวงกว้าง
แม่น้ำโขง > เนื้อหา

จีน-อาเซียน รั้งตำแหน่งคู่ค้ารายใหญ่อันดับหนึ่งของกันและกัน ผลแห่งความร่วมมือส่งต่อถึงประชาชนในวงกว้าง

People's Daily|
分享到Facebook

ในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ มูลค่าการค้ารวมระหว่างจีนและอาเซียนพุ่งสูงถึง 2.75 ล้านล้านหยวน เพิ่มขึ้น 15.7% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ทั้งนี้ จีนยังคงครองตำแหน่งคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดอันดับหนึ่งของอาเซียนติดต่อกันเป็นปีที่ 17 ในขณะที่อาเซียนก็เป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดอันดับหนึ่งของจีนติดต่อกันเป็นปีที่ 6 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าของทั้งสองฝ่ายมีความยืดหยุ่นและแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง และด้วยการลงนามในพิธีสารยกระดับเขตการค้าเสรีจีน-อาเซียน (FTA) เวอร์ชัน 3.0 ที่มีผลบังคับใช้ ทั้งสองฝ่ายจึงได้กระชับความร่วมมือในด้านต่าง ๆ ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น อาทิ การเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน อุตสาหกรรมเศรษฐกิจและการค้า รวมถึงนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งช่วยให้ผลประโยชน์จากการพัฒนานี้กระจายไปสู่ประชาชนจำนวนมหาศาล

การก่อสร้างเพื่อเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานยังคงได้รับการยกระดับทั้งในด้านคุณภาพและประสิทธิภาพ โดย “ระเบียงไฮโดรเจน” (Hydrogen Corridor) ภายใต้ระเบียงการค้าเชื่อมทางบกและทางทะเลสายใหม่ในภาคตะวันตก (ILSTC) ประสบความสำเร็จในการขนส่งข้ามพรมแดนเที่ยวแรก ซึ่งเป็นการเปิดช่องทางโลจิสติกส์สีเขียวที่มีประสิทธิภาพสูง ขณะที่รถไฟจีน-ลาว ในฐานะโครงการเรือธงของการร่วมกันสร้าง “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” มีปริมาณการขนส่งสินค้าในปี 2568 ทะลุ 24.5 ล้านตัน โดยการขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนยังคงเติบโตอย่างมั่นคง ชนิดของสินค้าเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 3,800 ประเภท และแผ่ขยายความครอบคลุมไปยัง 19 ประเทศและภูมิภาค กลายเป็นเส้นเลือดใหญ่ทางการค้าของภูมิภาคนี้ 

ในขณะเดียวกัน ทั้งสองฝ่ายได้สร้างกลไกการเจรจาและความร่วมมือในหลายระดับ โดยข้อตกลง FTA เวอร์ชัน 3.0 ครอบคลุมพื้นที่ความร่วมมือหลัก 9 ด้าน และเป็นครั้งแรกที่มีการบรรจุภาคส่วนเกิดใหม่อย่าง “เศรษฐกิจดิจิทัล” และ “เศรษฐกิจสีเขียว” เข้าไว้ด้วยกัน ประกอบกับการเสริมพลังจากนโยบาย RCEP และแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น งานมหกรรมจีน-อาเซียน (ASEAN-China Expo หรือ CAEXPO) ที่ช่วยขยายพื้นที่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดสภาพแวดล้อมความร่วมมือที่มั่นคงและโปร่งใสสำหรับภาคธุรกิจ

ความร่วมมือด้านผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรและอุตสาหกรรมการผลิตช่วยยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น ผลไม้เมืองร้อนคุณภาพเยี่ยมจากอาเซียน เช่น ทุเรียนและมะม่วง ได้เข้าสู่ตลาดจีนเป็นจำนวนมาก โดยในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2568 มูลค่าการค้าผลิตภัณฑ์อาหารและเกษตรกรรมระหว่างทั้งสองฝ่ายสูงถึง 5.13 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้อาเซียนยังคงครองตำแหน่งแหล่งนำเข้าผลิตภัณฑ์อาหารและเกษตรกรรมอันดับหนึ่งของจีนอย่างมั่นคง ส่วนความร่วมมือในภาคอุตสาหกรรมการผลิตก็ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม โดยค่ายรถยนต์อย่าง SAIC-GM-Wuling และ BYD ได้เข้ามาเจาะตลาดอาเซียนอย่างลึกซึ้ง ซึ่งเป็นการยกระดับจากการส่งออกตัวผลิตภัณฑ์ ไปสู่การนำ “ห่วงโซ่อุตสาหกรรมทั้งหมด” ออกสู่ต่างประเทศ เพื่อช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมสีเขียวของอาเซียน นอกจากนี้ โครงการเพื่อความเป็นอยู่ของประชาชน เช่น ความร่วมมือด้านเกษตรกรรมสมัยใหม่ระหว่างจีน-กัมพูชาที่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ยังช่วยส่งเสริมให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นและก้าวสู่ความมั่งคั่ง ซึ่งเป็นการปรับปรุงความเป็นอยู่ของประชาชนในท้องถิ่นให้ดีขึ้นอย่างแท้จริง

นวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงความร่วมมือในอุตสาหกรรมเกิดใหม่ กำลังแสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่พุ่งทะยาน โดยมีการเปิดเส้นทางการขนส่งทางทะเลสายใหม่จากท่าเรือหนิงโป-โจวซาน ไปยังเวียดนาม ซึ่งช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ข้ามพรมแดน ขณะเดียวกันก็ได้มีการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาเพิ่มศักยภาพให้กับการค้าสินค้าเกษตร โดยเทคโนโลยีการคัดแยกทุเรียนอัจฉริยะได้ถูกนำมาใช้จริงกับการขนส่งข้ามพรมแดนของรถไฟจีน-ลาว ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผ่านพิธีการศุลกากรและลดความเสียหายของสินค้า นอกจากนี้ ยังมีการเปิดตัวศูนย์นวัตกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจีน-อินโดนีเซีย รวมถึงการประกาศปฏิญญาความร่วมมือดิจิทัลจีน-อาเซียน ซึ่งช่วยผลักดันการเตรียมความพร้อมจัดตั้งสถาบันดิจิทัลและศูนย์นวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ ตลอดจนโครงการพลังงานใหม่ ๆ เช่น CATL ที่ได้เข้าไปตั้งฐานในอาเซียน เพื่อช่วยยกระดับอุตสาหกรรมพลังงานใหม่ในภูมิภาค

ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมระบุว่า FTA เวอร์ชัน 3.0 จะช่วยผลักดันให้การจัดวางโครงสร้างอุตสาหกรรม “จีน + อาเซียน” เป็นรูปเป็นร่างขึ้น และจะสร้างโอกาสการจ้างงานเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ จีนกำลังขับเคลื่อนความร่วมมือใต้-ใต้ (South-South Cooperation) ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นผ่านการเปิดกว้างเชิงระบบ เพื่อร่วมมือกับอาเซียนในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก ตลอดจนเสริมสร้างรากฐานความสัมพันธ์หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์แบบรอบด้านให้มั่นคงอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองและการพัฒนาของภูมิภาคต่อไป

ช่าย เมิ่ง/แปล

จารุวรรณ อุดมทรัพย์/พิสูจน์อักษร