中文 English {{ activeLangText || 'Languages' }} {{ item.text }}
พาส่องช้างเอเชียแห่งเจียงเฉิง :เดินชิลบนถนน แวะกินหน่อไม้ ใช้ชีวิตสบาย ๆ ตามวิถีช้างป่า

พาส่องช้างเอเชียแห่งเจียงเฉิง :เดินชิลบนถนน แวะกินหน่อไม้ ใช้ชีวิตสบาย ๆ ตามวิถีช้างป่า

สำนักข่าวซินหัว|
分享到Facebook

เมืองผู่เอ๋อร์เป็นหนึ่งในถิ่นที่อยู่อาศัยหลักของช้างเอเชีย โดยมีอำเภอปกครองตนเองชนชาติฮานีและอี้เจียงเฉิง เป็นพื้นที่ไข่แดงศูนย์กลางกิจกรรมของช้างเอเชียในเขตผู่เอ๋อร์ เมื่อเร็ว ๆ นี้ ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังตำบลคังผิง อำเภอเจียงเฉิง เพื่อเก็บบันทึกภาพบรรยากาศอันงดงามของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติระหว่างคนกับช้าง ตั้งแต่ชีวิตประจำวันอันแสนผ่อนคลายของโขลงช้างที่ออกมาเดินเล่นบนถนน หักหน่อไม้กิน ไปจนถึงวินาทีหาดูได้ยากที่พวกมันนอนหลับสนิทร่วมกันกลางไร่ข้าวโพด ตลอดจนเรื่องราวความมุ่งมั่นทุ่มเทตลอด 10 ปีของ “เตียว ฟ่าซิง” หัวหน้าทีมเฝ้าระวังช้างเอเชียแห่งอำเภอเจียงเฉิง

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ท่ามกลางทิวเขาและผืนป่าในตำบลคังผิง อำเภอเจียงเฉิง โขลงช้างเอเชียจำนวน 8 ตัวกำลังเดินทอดนวยนาดไปตามทางเกวียนอย่างช้า ๆ พวกมันเดินไปพลางเล็มกินหญ้าอ่อนและใบกล้วยริมทางไปพลาง เมื่อเดินมาถึงถนนในหมู่บ้าน ช้างหลายตัวได้ยื่นงวงเข้าไปค้นหาอาหารในกอไผ่ริมทาง ช้างตัวหนึ่งในนั้นหักหน่อไม้มาได้หนึ่งหน่อ แล้วเคี้ยวเคี้ยวอย่างเพลิดเพลินใจ จากนั้น ช้างทั้งโขลงก็เดิน “ท่องราตรี” บนถนนอย่างสง่างามโดยไร้ซึ่งความเกรงกลัว

“ช้างมีพฤติกรรมที่เป็นแบบแผนชัดเจน โดยทั่วไปพวกมันจะออกจากป่ามาหาอาหารช่วงเวลา 4-5 โมงเย็น แล้วจะกลับเข้าป่าไปพักผ่อนตอน 9-10 โมงเช้าของวันรุ่งขึ้น และเส้นทางที่ใช้ก็เป็นเส้นทางเดิม ๆ ที่คุ้นเคย” เตียว ฟ่าซิง กล่าว ทีมเฝ้าระวังจับยามสามตาและเข้าใจนิสัยของโขลงช้างเป็นอย่างดี จึงสามารถคาดเดาทิศทางเคลื่อนตัวล่วงหน้า และแจ้งเตือนภัยให้ชาวบ้านหลีกเลี่ยงได้ทันท่วงที

นอกจากการเดินเล่นบนถนนและการหาอาหารแล้ว สภาพการพักผ่อนของช้างเอเชียยังเป็นดัชนีชี้วัดถึงความไว้วางใจที่พวกมันมีต่อสิ่งแวดล้อมรอบตัวได้ดีที่สุด ณ ไร่ข้าวโพดแห่งหนึ่งในตำบลคังผิง ผู้สื่อข่าวได้บันทึกภาพประทับใจขณะที่โขลงช้างกำลังทิ้งตัวลงนอนหลับสนิทพร้อม ๆ กัน

ช้างเอเชียต่างล้มตัวนอนตะแคงอยู่กลางไร่ข้าวโพด งวงขดม้วน หลับสนิทโดยไร้การระมัดระวังตัว ในจำนวนนั้น มีลูกช้างตัวหนึ่งนอนเบียดชิดติดกับช้างโตเต็มวัย โดยเอาหัวอิงซบกับลำตัวของพี่ใหญ่และหลับสนิทอย่างแสนหวาน ส่วนลูกช้างอีกตัวหนึ่งถึงกับบิดเกียจเกียจกลางฝันหวาน ยื่นขาข้างหนึ่งไปพาดบนหลังของช้างตัวข้าง ๆ อย่างน่าเอ็นดู

“การที่ช้างทั้งโขลงนอนหลับสนิทพร้อมกันเช่นนี้ แสดงว่าพวกมันรู้สึกวางใจในสภาพแวดล้อมรอบข้างอย่างมาก” จ้าว เสิงปิน เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังกล่าว ปกติแล้วเวลาช้างพักผ่อนจะต้องมีสมาชิกคอยเวรยามเฝ้าระวัง การที่สมาชิกทั้งหมดจะ “นอนราบ” พร้อมกันจึงเป็นปรากฏการณ์ที่หาได้ยากยิ่ง ความผ่อนคลายนี้เกิดจากความไว้วางใจของโขลงช้างที่มีต่อระบบนิเวศและความสัมพันธ์ระหว่างคนกับช้างในพื้นที่แห่งนี้ เขากล่าวเสริมว่า ไร่ข้าวโพดที่โขลงช้างเลือกนี้นั่งอิงภูเขา ด้านล่างมีลำธารไหลผ่าน ทำเลสูง ระบายอากาศดี สะดวกต่อการดื่มน้ำและสอดส่องความเคลื่อนไหว ซึ่งสอดรับกับนิสัยตามธรรมชาติของช้างเอเชียทุกประการ

เบื้องหลังความสุขสงบของโขลงช้าง คือ การปิดทองหลังพระของกลุ่ม “คนแกะรอยช้าง” เตียว ฟ่าซิง เป็นชาวบ้านท้องถิ่นตำบลคังผิง เข้าร่วมงานเฝ้าระวังช้างเอเชียตั้งแต่ปลายปี พ.ศ. 2558 ในยุคนั้นยังไม่มีโดรน ต้องพึ่งพาเพียงสองขาในการเดินเท้าติดตามช้าง สภาพการทำงานลำบากยากแค้นอย่างยิ่ง “ทุกวันต้องตื่นแต่เช้าตรู่ ถือเสบียงและมีดโต้พร้าออกเดินทาง พอเจอช้างก็รีบแจ้งเตือนชาวบ้าน” เขาย้อนความหลัง

ปี พ.ศ. 2564 เตียว ฟ่าซิง ได้เริ่มใช้โดรนเครื่องแรก มาถึงวันนี้ ทีมเฝ้าระวังของเขาติดอาวุธด้วยโดรนพร้อมระบบกล้องความร้อนถึง 7 เครื่อง ทำให้สามารถติดตามช้างได้ตลอด 24 ชั่วโมง “กลางคืนโขลงช้างจะเดินทางไปไหน โดรนก็เห็นหมด หากเข้าใกล้หมู่บ้าน เราจะส่งสัญญาณเตือนทันที” ต้าว ฟ่าซิง กล่าว

หลายปีมานี้ ท้องถิ่นได้งบประมาณลงทุนเพื่อความปลอดภัยระหว่างคนกับช้างเพิ่มขึ้นทุกปี ทีมเฝ้าระวังก็ขยายขนาดจากไม่กี่คนในตอนแรกจนเพิ่มเป็น 25 คนในปัจจุบัน จำนวนช้างเอเชียในพื้นที่ดูแลก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จาก 18 ตัวในปี 2554 เพิ่มขึ้นเป็น 61 ตัวในปัจจุบัน โดยในปี 2024 มีช้างแรกเกิด 6 ตัว ปี 2568 มีช้างแรกเกิด 7 ตัว และในปีนี้ก็มีลูกช้างตัวน้อยลืมตาดูโลกอย่างปลอดภัยอีก 3 ตัว

“เห็นลูกช้างเกิดใหม่ทุกปี โขลงช้างแข็งแรงและขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ก็รู้สึกว่างานนี้มีคุณค่าและมีความหมายมากครับ” เตียว ฟ่าซิง กล่าวด้วยความภูมิใจ

ทว่า เมื่อประชากรช้างขยายตัวขึ้น ขอบเขตการทำกิจกรรมของพวกมันก็ขยายกว้างตามไปด้วย หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะส่งผลกระทบต่อพืชผลทางการเกษตร เช่น ข้าวโพดและข้าวนาปี ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลเมืองผู่เอ๋อร์จึงได้จัดซื้อ "ประกันภัยความรับผิดชอบต่อสาธารณะกรณีสัตว์ป่าก่อเหตุ" โดยให้บริษัทประกันภัยลงพื้นที่ตรวจสอบประเมินความเสียหายของพืชผลที่เกิดจากช้างป่าและจ่ายเงินชดเชยให้ เพื่อช่วยอุ้มสมุดบัญชี “ค่าเสียหายจากช้าง” ของชาวบ้านให้ได้มากที่สุด

ช่าย เมิ่ง/แปล

จารุวรรณ อุดมทรัพย์/พิสูจน์อักษร