ยกระดับระบบขนส่งความเย็น “รถไฟจีน - ลาว” หนุนทุเรียนข้ามแดน ส่งตรงความสดใหม่

ช่วงนี้นับเป็นช่วงที่ทุเรียนจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก ณ ตลาดค้าส่งผลไม้ จินหม่าเจิ้งชาง (Jinma Zhengchang) ในเมืองคุนหมิง ราคาทุเรียนปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับปีก่อน ๆ ดึงดูดชาวเมืองให้มาเลือกซื้อกันอย่างคึกคัก
“ช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ทุเรียนหมอนทองราคาพุ่งสูงถึงกิโลกรัมละ 60 กว่าหยวน แต่ปีนี้เกรดผลใหญ่เหลือเพียงประมาณ 40 - 50 หยวน ส่วนผลขนาดเล็กหน่อยราคาแค่ 30 กว่าหยวนเท่านั้น” หวัง ซิงเวย ชาวคุนหมิงที่กำลังเลือกซื้อทุเรียนกล่าว พร้อมเสริมว่า ราคาทุเรียนที่ถูกลงทำให้เขาและครอบครัวได้สัมผัสกับคำว่า “อิสรภาพในการกินทุเรียน” (กินได้เต็มที่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องราคา) และตอนนี้เขาต้องมาเดินซื้อที่ตลาดแทบจะสัปดาห์ละครั้งเลยทีเดียว
เบื้องหลังของ “อิสรภาพในการกินทุเรียน” นี้ คือการยกระดับอย่างต่อเนื่องของระบบขนส่งสินค้าทางไกลผ่านระบบห่วงโซ่ความเย็น (Cool Chain Logistics) ของรถไฟจีน - ลาว โดยเมื่อวันที่ 19 เมษายนที่ผ่านมา ขบวนรถไฟขนส่งความเย็นแบบล็อกเวลาเดินทางตลอดเส้นทาง “จีน - ลาว - ไทย” (สถานีแหลมฉบัง - สถานีเวียงจันทน์ใต้ - สถานีหวังเจียอิ๋งซี) ได้เริ่มเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการและสม่ำเสมอ ซึ่งมีการกำหนดเวลาออกเดินทาง ตลอดจนเวลาถึงที่หมายอย่างแม่นยำ ถือเป็นการนำพาการขนส่งผลไม้ข้ามแดนจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้าสู่ยุคใหม่ของการดำเนินงานที่เป็นมาตรฐานทั้งเรื่อง “เวลา จุดหมาย และปริมาณ” ในขณะเดียวกัน ทางการรถไฟยังได้นำตู้คอนเทนเนอร์ห้องเย็นตู้ใหม่แบบควบคุมอุณหภูมิระยะไกลมาใช้งาน ซึ่งสามารถควบคุมอุณหภูมิได้อย่างแม่นยำและเรียลไทม์ โดยมีความคลาดเคลื่อนไม่เกิน ±0.5°C ช่วยประกันว่าสินค้าจะได้รับการรักษาอุณหภูมิให้คงที่ตลอดการเดินทางตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง (One Container to the End) ส่งผลให้เลวลอสหรืออัตราการเน่าเสียของผลไม้ระหว่างขนส่งลดลงอย่างมาก จากเดิมที่มากกว่า 15% เหลือไม่ถึง 5%

ทุเรียนที่ “ตีตั๋ว” ขึ้นขบวนรถไฟความเย็นนี้จะมุ่งหน้าขึ้นเหนืออย่างต่อเนื่อง เมื่อถึงด่านตรวจทางรถไฟบ่อหาน ทางการรถไฟและศุลกากรได้ประสานงานกันอย่างใกล้ชิด นำระบบนวัตกรรม “ยื่นแจ้งล่วงหน้า ณ ต้นทาง” มาใช้ โดยสร้างกลไกการทำงานร่วมกันแบบ “3 ล่วงหน้า” คือ ใบรับรองสินค้าทางรถไฟล่วงหน้า + ผู้ประกอบการยื่นแจ้งล่วงหน้า + ศุลกากรตรวจสอบเอกสารล่วงหน้า นอกจากนี้ ช่องทางสีเขียวพิเศษสำหรับการขนส่งของสดและมีชีวิต ยังใช้มาตรการการันตีแบบ “เข้าด่านก่อน ตรวจสอบก่อน และส่งตรวจห้องปฏิบัติการก่อน” ซึ่งกระบวนการตรวจสอบและปล่อยสินค้าที่เร็วที่สุดใช้เวลาเพียง 8 นาที เท่านั้น
หลังจากผ่านด่านตรวจอย่าง “ราบรื่นไร้รอยต่อ” ทุเรียนจะเดินทางต่อขึ้นไปทางเหนือ เมื่อสินค้าเดินทางถึงคุนหมิง ทางการรถไฟได้เปิดช่องทางสีเขียวสำหรับสินค้าสดเช่นกัน โดยใช้มาตรการบริการ “ขนถ่ายก่อน เข้าซองจอดก่อน และพ่วงตู้ก่อน” ทำให้สามารถขนย้ายออกจากตู้และเปลี่ยนถ่ายคอนเทนเนอร์ได้เสร็จสิ้นภายใน 90 นาที หลังจากรถไฟจอดเทียบท่า อีกทั้งยังพึ่งพาบริการแบบ “สถานีนอกสถานี” (Off-station) ของศูนย์ขนส่งสินค้าทางรถไฟที่สร้างขึ้นรอบ ๆ สถานีหวังเจียอิ๋งซี ในเมืองคุนหมิง เพื่อให้บริการแบบครบวงจร (One-stop Service) ทั้งการจัดเก็บ คัดแยก และกระจายสินค้าให้แก่ลูกค้า

“เราใช้การขนส่งผ่านรถไฟจีน - ลาว ซึ่งรวดเร็ว ปลอดภัย และสะดวกสบายมาก ช่วงนี้ทุเรียนส่งออกเฉลี่ยวันละ 3 ถึง 4 ตู้คอนเทนเนอร์ โดยแต่ละตู้หนักประมาณ 20 ตัน” จู เจินฮุย พ่อค้าในตลาดค้าส่งผลไม้จินหม่าเจิ้งชางกล่าว พร้อมระบุว่า การขนส่งผ่านรถไฟจีน-ลาว ทำให้ทุเรียนเดินทางจากเวียงจันทน์ถึงคุนหมิงใช้เวลาเพียง 26 ชั่วโมง เท่านั้น และเมื่อขนส่งต่อด้วยระบบราง - ถนนผสมผสาน ก็สามารถส่งตรงถึงมือผู้บริโภคในเมืองต่าง ๆ กว่า 30 แห่งทั่วประเทศจีนได้ภายใน 48 ชั่วโมง
จากข้อมูลสถิติของบริษัท การรถไฟแห่งประเทศจีน สาขาคุนหมิง จำกัด ระบุว่า ตั้งแต่ต้นปีนี้จนถึงวันที่ 27 กรกฎาคม ปริมาณผลไม้นำเข้าผ่านรถไฟจีน - ลาว มีจำนวนสูงถึง 184,000 ตัน (เพิ่มขึ้น 10.77% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน) ในจำนวนนี้เป็นทุเรียนสูงถึง 172,300 ตัน (เพิ่มขึ้น 21.96% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน) โดยเคยทำสถิตินำเข้าผลไม้ต่อวันสูงสุดถึง 3,941 ตัน ซึ่งเป็นการทำลายสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์หลายต่อหลายครั้งภายในปีนี้
ช่าย เมิ่ง/แปล
จารุวรรณ อุดมทรัพย์/พิสูจน์อักษร