ผักกาดต้นเดียวกลายเป็น ‘รหัสแห่งความมั่งคั่งร่วมกัน’ ได้อย่างไร?

เวลา 7 โมงเช้า เมื่อแสงแรกของดวงอาทิตย์ส่องผ่านหมอกบางๆ หมู่บ้านซางปูเหล่า ริมฝั่งแม่น้ำหยางปี่ ในมณฑลยูนนาน ก็ค่อย ๆ ตื่นขึ้น หวงเหยียนฮวาและภรรยาเดินเข้าไปในสวนท่ามกลางหมอกยามเช้า เริ่มต้นวันใหม่ที่วุ่นวายอีกวัน
“เก็บเกี่ยวสองชั่วโมง ก็พอให้แปรรูปได้ทั้งวันแล้ว” หวง เหยียนฮวากล่าว ขณะขี่รถสามล้อกลับบ้านพร้อมผักก๊งฉ่ายหรือผักกาดต้นสดจากสวน 700-800 จิน (350-400 กิโลกรัม) ในเวลาประมาณ 9 โมงเช้า นอกบ้านของพวกเขา ผักสีเขียวสดใสเรียงรายแขวนอยู่บนราวอย่างเป็นระเบียบ

“อย่าดูว่ามันแค่ 700-800 จินเลยนะ พอแปรรูปแล้วขายได้เกิน 1,000 หยวนแน่!” หวง เหยียนฮวาพูดพลางเช็ดเหงื่อ ปีนี้เขาปลูกผักสวนครัว 8 หมู่ คาดว่ารายได้จะเกิน 60,000 หยวน
ในหมู่บ้านซางปูเหล่า ทุกวันนี้ชาวบ้านจำนวมากหันมาปลูกก๊งฉ่ายเช่นเดียวกับหวง เหยียนฮวา โดยมีรายได้เพิ่มขึ้นโดยไม่ต้องออกไปทำงานไกลบ้าน จากคนเดียวสู่คนทั้งหมู่บ้าน จากปีหนึ่งสู่อีกสิบปี ต้นก๊งฉ่ายต้นเล็ก ๆ นี้สะท้อนให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของทั้งหมู่บ้าน และเรื่องราวทั้งหมดนี้ต้องย้อนกลับไปถึงการตัดสินใจอันกล้าหาญเมื่อปี 2557

สมัยก่อน ในหมู่บ้านซางปูเหล่ามีคำกล่าวที่ว่า “อย่ายกลูกสาวให้ซางปูเหล่า เพราะหาน้ำกินก็ยาก อยากจะไปตักน้ำจากแม่น้ำสักหน่อย ก็กลัวลื่นเหยียบอึควาย” คำพูดติดตลกเหล่านี้ บอกเล่าความยากจนและความขมขื่นที่หมู่บ้านแห่งนี้เคยเผชิญ
“ตอนนั้นหมู่บ้านเราไม่มีพืชเศรษฐกิจดี ๆ สักอย่าง คนหนุ่มสาวส่วนใหญ่ต้องออกไปทำงานต่างถิ่น คนแก่ที่อยู่บ้านก็ทำไร่ทำสวนแบบดั้งเดิม พอให้มีพอกิน” หลี่ หย่งเซิง อดีตเลขาธิการพรรคและผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านซางปูเหล่าเล่า “ถ้าอยากจะเปลี่ยนแปลง ก็ต้องพัฒนาพืชเศรษฐกิจสักอย่าง”

ปีนั้นเอง หลี่ตัดสินใจอย่างกล้าหาญ นั่นคือทดลองปลูกก๊งฉ่าย “ผมไปดูงานที่ต่างจังหวัดเห็นว่าก๊งฉ่ายปลูกง่าย โตเร็ว ได้เงินดี เลยอยากลองกลับมาปลูกบ้าง”
ปีแรก หมู่บ้านหาบริษัทมาร่วมมือและตกลงจะรับซื้อ ชาวบ้านก็ลงมือปลูก แต่พอก๊งฉ่ายโตเต็มที่ กลับขายไม่ได้ราคา เพราะบริษัทคู่ค้ายังหาตลาดไม่ได้ สุดท้ายต้องขายถูก แต่คุณหลี่ก็ไม่ย่อท้อ เขาไปหาบริษัทที่มีศักยภาพกว่ามาทำสัญญารับซื้อแบบประกันราคา พอปีที่สอง ยอดขายก๊งฉ่ายก็ดีขึ้น และเกษตรกรที่นำการปลูกก็ต่างยิ้มแย้มแจ่มใส จุดประกายความกระตือรือร้นของชาวบ้าน

แต่จะทำอย่างไรให้พืชชนิดนี้ยั่งยืนและไปได้ไกล? หมู่บ้านซางปูเหล่าเริ่มทดลองระบบ “สามพันธะ” คือ “บริษัท + สหกรณ์ + เกษตรกร” โดยสหกรณ์จะเป็นผู้ให้พันธุ์พืช ให้คำแนะนำทางเทคนิค และรับซื้อแบบประกันราคา ทำให้ชาวบ้านปลูกได้อย่างสบายใจ ขายได้อย่างสบายใจ หลังจากระบบนี้เริ่มใช้ ชาวบ้านก็เปลี่ยนจาก “สู้คนเดียว” มาเป็น “รวมพลังเป็นกลุ่ม” ความสามารถในการรับมือความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอย่างมาก
ทุกวันนี้ หากยืนอยู่บนคันนาของหมู่บ้านซางปูเหล่า จะเห็นทุ่งก๊งฉ่ายเขียวขจีสุดลูกหูลูกตา ลานตากผักเรียงรายไปด้วยฝักก๊งฉ่ายที่ถูกแขวนเรียงกันเป็นระเบียบ ดุจฉากกั้นสีเขียวธรรมชาติ ชาวบ้านเดินเวียนอยู่ท่ามกลางผืนนา ใบหน้าเปื้อนยิ้มเปี่ยมความสุข ปี 2567 “ก๊งฉ่ายแห่งอำเภอหยางปี้” ได้รับการคัดเลือกให้อยู่ในรายชื่อพืชเศรษฐกิจพิเศษระดับชาติรุ่นแรก
ช่าย เมิ่ง/แปล
จารุวรรณ อุดมทรัพย์/พิสูจน์อักษร